Point of WayWake UPYour way

เราทุกคนเป็น “ไบเซ็กชวล” กันทั้งนั้นแหละ!!

ประเด็นเรื่องเพศในสังคมไทยมักได้รับอิทธิพลมาจากสื่อต่างๆ ที่หมั่นผลิตละครเกย์ออกมาให้จิ้นกันมากมาย ไม่ว่าจะเนื้อเรื่องใสใส แบ๊วแบ๊ว หรือจะดึงดราม่าแย่งผัวกันไปมา ระหว่างผัวใหม่กับเมียเก่า หรือผัวใหม่ของผัวเก่าอะไรซับซ้อนกันไปหมด

แต่จะเห็นได้ว่า จุดขายของละครเกี่ยวกับประเด็นทางเพศ ต้องมีตัวละครที่เป็น ไบเซ็กชวล: Bisexual  เพื่อสร้างมิติของตัวละครและสร้างเนื้อเรื่องให้มันมีอรรถรสมากขึ้น

สื่อไทยกับสร้างภาพไบเซ็กชวล

จินตภาพของไบเซ็กชวลจากสื่อถูกวาดให้เป็นเพศที่ยึดมั่นถือมั่นแต่ความสุขตนเอง สามารถมีเพศสัมพันธ์กับเพศไหนก็ได้ ชายก็ดี หญิงก็เริศ ไบเซ็กชวลมักถูกสร้างภาพจำว่า

ละครบ่วงเสน่หาที่ใช้การเป็นไบเซ็กชวลของคุณภีมที่แต่งงานกับมินตราแฟนสาว แล้วมีแจ็คแฟนหนุ่มที่ต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ คอยทำลายชีวิตคู่ของทั้งสอง /ภาพจาก www.manager.co.th

ต้องมีคู่รักหรือครอบครัวแล้ว ต้องมีพันธะ และยังต้องแอบมีความสัมพันธ์กับอีกเพศหนึ่งและสร้างบาดแผลให้กับเพศอีกเพศหนึ่งเข้าไปอีก ซึ่งส่วนมากเพศหญิงจะถูกวางตำแหน่งให้เป็นฝ่ายถูกกระทำจากไบเซ็กชวลมากกว่าเพศชาย โดยเส้นเรื่องของละครจะพยายามแสดงการผลิตซ้ำทางความรู้สึกว่านอกจากเจ็บปวดที่โดนนอกใจแล้ว แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือคนรักนอกใจ “ไปมีอะไรกับเพศเดียวกัน” โอ้ยหลอกในหลอก หลอกกันเก่งแท้

เมื่อเป็นแบบนั้นการเป็นไบเซ็กชวลเลยตกเป็นจำเลยของสังคม ถูกจัดให้อยู่ในเพศที่ต้องเก็บเป็นความลับ เหมือนตีกรอบใหญ่ให้อยู่ภายใต้วัตถุสิ่งหนึ่งที่เปรียบเหมือนเพศวิถีที่ยึดถือในสังคม ซ้ำถูกระบายแรเงาให้เล็กแล้วบอกว่า “นี่คือจุดยืนของเธอในสังคมนี้ เพราะเธอเลือกที่จะเป็นแบบนี้เอง ถ้าไม่สามารถเลือกเพศที่ชอบได้ก็ต้องอยู่แบบหลบหลบซ่อนซ่อนไปนี้แหละ”

แล้วผิดไหมที่เราเป็นไบเซ็กชวล

แต่มันคือจุดน่าสนใจมาก ว่าการเป็นไบเซ็กชวลเป็นความผิดแปลกจริงๆ ไหม? จะผิดไหมถ้าเราเป็นไบเซ็กชวล เป็นคนที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงก็ได้ ผู้ชายก็ได้ หรือไม่มีกำแพงทางเพศไปเลย? จุดยืนของไบเซ็กชวลจะสามารถเปิดกว้างได้ไหมในสังคม? การเป็นไบเซ็กชวลจำเป็นไหมว่าต้องเป็นความลับ? แล้วไบเซ็กชวลจะเป็นไปได้มากแค่ไหนในแง่ของความสัมพันธ์?

ไม่นานมานี้ เรามีโอกาสได้เจอและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนที่เป็นไบเซ็กชวลอยู่หลายคน โดยบทสนทนาล่าสุดที่เกิดขึ้นกับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง เขาถามเราว่า

พี่เป็นไบ มีแฟนแล้วเป็นผู้หญิง แต่ชอบมีอะไรกับผู้ชายด้วยกันด้วย ถ้าทำแบบนี้ ผิดปะ เหี้ยปะ?

เอาจริง การมีเพศสัมพันธ์กับเพศใดก็ได้มันไม่ผิดหรอก เพราะเซ็กส์มันมีรูปแบบตายตัวจริงๆ เหรอว่าต้องเกิดขึ้นกับเพศตรงข้ามเท่านั้น เราว่ามันก็ยังเป็นสิทธิของคนคนหนึ่งมากกว่าในการที่เลือกมีกิจกรรมทางเพศลึกซึ้งกับใครก็ได้ที่ตนพอใจ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น แต่การมีเซ็กส์กับคนอื่นในขณะที่มีคนรักอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเพศใดหรือกับเพศใดก็ตาม เราว่านั่นคือการนอกกาย และไม่ใช่สิ่งที่ควรสำหรับคนที่มีแฟนอยู่แล้ว

“พี่เป็นไบ ไม่ผิดหรอก พี่ไม่เหี้ยหรอก แต่การที่พี่นอกกายแฟนพี่ไปมีอะไรกับคนอื่นต่างหาก นั่นแหละที่เหี้ย”
นั่นคือคำตอบที่เราบอกเขาออกไป

อีกนัยหนึ่ง “ไบเซ็กชวล” ไม่ได้บ่งบอกถึง “รสนิยมทางเพศ” หรือ “บทบาททางเพศ” อย่างเดียวเท่านั้น แต่หมายถึงภาวะอารมณ์ ความรักและความสัมพันธ์อีกด้วย และการเป็นไบเซ็กชวลไม่ได้พบแค่ในเพศชาย เราทุกคนสามารถเป็นไบเซ็กชวลได้จริงหรือ?

อยู่กับใครแล้วมีความสุขมันก็จบแล้วป่ะ?

เพื่อนเราคนหนึ่งเปิดเผยจุดยืนของตนเองชัดเจนว่า “ฉันเป็นผู้หญิงที่เป็นไบเซ็กชวล” นางสามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชายที่เป็นเพศตรงข้ามตามบรรทัดฐานของสังคม และสามารถคบกับเพศใดที่สามารถดูแลนางได้ เราเคยถามว่าทำไมถึงคิดแบบนั้น นางบอก

“ไม่รู้ดิ ไม่ได้มองว่าใครเป็นอะไรแต่แรก แค่รู้สึกว่าอยู่กับคนนี้แล้วมีความสุข มันก็จบแล้วอ่ะ”
เออ พอได้รับคำตอบอะไรแบบนี้แล้วอิ่มแฮะ

หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง ที่ชอบความเป็นชาย ก็เคยเปิดใจให้คนที่ไม่ได้เป็นเพศชาย แต่เขาทำให้เรารู้สึกได้ว่าเขามีความเป็นชายสูงมากจนทำให้เรารู้สึกว่าเขาสามารถปกป้องดูแลเราได้ในแง่ของความสัมพันธ์ เขาเป็นคนที่เราคุยด้วยแล้วอยากคุยต่อ เขาเป็นคนที่เราอยากวางความรู้สึกไว้ที่เขาได้ จนเรารู้สึกสับสนและเคยตั้งคำถามกับตัวเองกับความสัมพันธ์แปลกๆ นี้

จนค้นพบว่า เราชอบความเป็นชายในตัวของบุคคล มากกว่าเพศกำเนิดหรือเพศสภาพที่บุคคลหนึ่งยึดถืออยู่ เราใช้ความรู้สึกเป็นมาตรวัดมากกว่า รูปร่าง หน้าตา หรืออวัยวะภายนอก แต่เรามองที่ภายในความรู้สึกของคนคนหนึ่งที่ทำให้อีกคนรู้สึก ความคิดความอ่าน ตรรกะต่างๆ มันทำให้เราอยากมีบทสนทนานั้นต่อไปเรื่อยๆ แบบไม่มีวันหยุด โอ้ย หวานแท้น้อ

เราทุกคนต่างเป็นไบเซ็กชวล

เราว่านะ ทุกคนมีความเป็นไบเซ็กชวลอยู่กับตัวเองทั้งนั้นแหละ แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าเราเปิดกว้างเกี่ยวกับทัศนคติหรือประเด็นเรื่องเพศมากแค่ไหน และเราสามารถปลดล็อคกำแพงเรื่องเพศไปได้มากแค่ไหนเช่นกัน บางคนเปิดกว้างมากในเรื่องเพศ มองคนที่ตัวบุคคลมากกว่าเพศ ก็ดี บางคนชอบเพศตรงข้ามเท่านั้น เหมือนคู่รักปกติทั่วไป หรือบางคนชอบเพศเดียวกัน ก็ไม่แปลกอะไร

ดังนั้น ถ้าคนคนหนึ่งจะสามารถมีความสัมพันธ์หรือชอบได้ทั้งสองเพศ หรือสามารถสร้างความสัมพันธ์ได้กับทุกเพศแบบไม่มีกำแพงด้านเพศไปเลย มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร

ถ้าตราบใดที่เราอยู่กับคนคนหนึ่งแล้วมีความสุข โดยที่เราไม่ได้มองว่าเค้าเป็นเพศอะไร มันก็คือรูปแบบหนึ่งของความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้น และคนทุกคนก็มีสิทธิจะได้รับความรู้สึกดีๆ นั้น อย่างไม่มีเงื่อนไขใดใด ถูกไหม? 🙂

ผู้เขียน

PersPrechtive นักศึกษาปริญญาโทด้านเพศและพัฒนาสังคม ชอบเรื่องความสัมพันธ์ ความใฝ่ฝันคืออยากเห็นความเท่าเทียมทางเพศอย่างแท้จริงในสังคมไทย การปาร์ตี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ คติประจำใจคือ เต้นต่อไปผู้ชายมองอยู่

 

ภาพประกอบโดย: Siripong Sawatsuntisuk

ติดตามเรื่องราวดีๆจาก Way’s UP กดไลค์เลยยย

(Visited 3,722 times, 1 visits today)
Previous post

ไม่เมายาคุม!!! เมื่อนางงาม "Miss America" ตอบคำถามแสกหน้า "โดนัล ทรัมป์"

Next post

NGO อังกฤษสุดเจ๋ง!! ผุดคลิปรณรงค์ "รัฐบาลหยุดขายอาวุธ" ด้วยความภาคภูมิใจที่สุดสะเทือนใจของคนอังกฤษ

Way's UP

Way's UP

กองบรรณาธิการ Way's UP

No Comment

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *