Lesson learnedWake UP

ถอดบทเรียน รับน้องสร้างสรรค์ “ไม่ว้าก” ไม่ SOTUS ก็รักกันได้นิ!!

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสข่าวการรับน้องได้ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และเป็นปกติที่การ์ดอยากสร้างความรัก ความสามัคคี การรู้จักการทำงานผ่านการว้าก และระบบ SOTUS จะถูกหงายและนำมาใช้โดยรุ่นพี่อย่างทุกปีที่ผ่านมา แต่คำถามที่มีอยู่ในตอนนี้คือนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็นปัญญาชนนั้นรู้จักวิธีการนำไปสู่จุดที่ตัวเองคาดหวังอย่างที่กล่าวมาเพียงวิธีเดียวเท่านั้นหรือ แต่ก็เป็นที่น่าดีใจว่าในหลายคณะ และมหาลัยก็ได้พยายามปรับเปลี่ยนและยกเลิกวงจรแห่งการสร้างวัฒนธรรมความรุนแรงที่ว่านั้นกันมาบ้างแล้ว

วันนี้ Way’s Up จึงขอพาทุกท่านไปส่องกิจกรรมรับน้องของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่มุ่งผลิตนักสังคมสงเคราะห์วิชาชีพ ที่ทำงานบนพื้นฐานของแนวคิดมนุษย์นิยม สิทธิมนุษยชน และความเท่าเทียม ว่ากิจกรรมรับน้องของพวกเขานั้นมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

ทุกกิจกรรม “ไม่บังคับ” แต่คือ “ทางเลือก”

กิจกรรมรับน้องของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์ของการเปิดเรียนภายใต้ชื่อ “กิจกรรมเข้าคณะ” ที่จะเกิดขึ้นสัปดาห์ละ 2 วันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้น้องที่เข้ามาใหม่แล้วรู้สึกว่าที่นี่ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ไม่มีใครรู้จัก ไม่รู้จะไปไหน หรือน้องๆ ที่อยากเจอเพื่อน อยากทำกิจกรรม ได้มีโอกาสมาเล่น มาพูดคุย มาทำความรู้จักกัน โดยนางสาวพิมพาอร ชัยพัฒนภินันท์ ฝ่ายกิจกรรมซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ที่รับหน้าที่ในการคิดกิจกรรมต้อนรับน้องๆ ปี 1 ได้กล่าวว่า

เราใช้วิธีการนำเสนอกิจกรรมที่เราจะจัดขึ้นให้น้องๆ ทราบ แล้วถ้าน้องๆ สนใจเขาก็สามารถเข้ามาร่วมได้ และเราจะพยายามอำนวยความสะดวก มีทางเลือกให้น้องๆ เสมอ เพื่อให้เขาได้เลือกสิ่งที่อยากทำด้วยกัน ในระยะเวลาที่มันมีอยู่จำกัด

ภาพบรรยากาศกิจกรรมเข้าคณะในช่วงเย็นที่จะมีรูปแบบแตกต่างออกไปในแต่ละวัน โดยน้องปีหนึ่งสามารถเลือกที่จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมก็ได้

เมื่อฐานคิดของคนจัดกิจกรรมเป็นเช่นนี้ทางผู้จัดหรือรุ่นพี่จึงไม่จำเป็นที่จะต้องโทรตามน้องให้มา ไม่ต้องกังวลจำนวนคนเข้าร่วมในแต่ละวัน ไม่มีการกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม เพราะจุดประสงค์ของกิจกรรมไม่ใช่การมีจำนวนน้องเข้าร่วมเยอะที่สุด ถ้าน้องมาน้อยก็เป็นโอกาสให้ตั้งคำถามกับตัวเองว่ากิจกรรมอาจยังไม่ตอบโจทย์ หรือมีข้อบกพร่อง หรือมันอาจจะดีมากกว่านั้นก็ได้ตรงที่น้องปี 1 สามารถปรับตัวได้ไวโดยไม่ต้องพึ่งกิจกรรมของคณะในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้และรุ่นพี่อย่างพวกเขามักจดจำไว้เสมอว่า

ถ้าน้องเขามีความสุขที่จะนอนเฉยๆ อยู่ที่หอ หรือจอยที่จะไปเดินฟิวเจอร์ปาร์ครังสิตมากกว่าการเข้ามาทำกิจกรรมในคณะแล้วเราจะไปลดทอนความสุขตรงนั้นของน้องทำไมกัน

ทำไมยังต้องจัดค่ายรับน้อง?

นางสาวกฤติกา ฮวดศรี แกนรุ่นประจำคณะกรรมการนักศึกษาชั้นปีที่ 2 ของคณะกล่าวว่า กิจกรรมเข้าคณะเป็นกิจกรรมที่จะนำไปสู่ค่ายรับน้องที่มีชื่อว่า “ค่ายสัมมนาวิชาการคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์” ในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ภายในค่ายก็จะมีกิจกรรมที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้น้องปีหนึ่งได้ทำความรู้จักกับคณะมากขึ้น ทั้งในด้านความสัมพันธ์ระหว่างเครือข่ายทางสังคมภายในคณะ ชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัย และเส้นทางชีวิตหลังเรียนจบโดยมีพี่ๆ ที่จบไปแล้วมาให้คำแนะนำผ่านช่วงเสวนาวิชาการและกิจกรรมฐานต่างๆ  เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการและไขข้อสงสัยของน้องให้ได้มากที่สุด

ภาพบรรยากาศการแนะนำตัวของพี่ๆ ที่จบไปแล้วแต่ยังคงมาต้อนรับน้องใหม่ในทุกๆ ปี

สำหรับค่ายสัมมนานอกจากเป็นกิจกรรมนันทนาการระหว่างการเรียนเพื่อต้อนรับน้องๆ แล้ว ยังทำให้น้องได้เรียนรู้ระบบการทำงาน กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมอิสระ เป็นการทำให้น้องได้มารู้จักกันเองในคณะ เพราะในธรรมศาสตร์น้องสามารถจัดตารางเรียนได้เองดังนั้นน้องอาจจะไม่ได้รู้จักหรือเจอเพื่อนทุกคนในคณะ ดังนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงเป็นการปูทางให้น้องได้รู้จักกันมากขึ้น ได้รู้จักกับรุ่นพี่ตั้งแต่ปีเรียน จนรุ่นปีที่จบไปแล้ว
 นางสาวกฤติกากล่าว

กิจกรรมที่ดีจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้

นางสาวพิมพาอร ฝ่ายกิจกรรมได้กล่าวว่าโดยหลักแล้วเขาและเพื่อนๆ จะใช้กิจกรรมเป็นสื่อกลางในการนำไปสู่จุดประสงค์ที่วางไว้ ดังนั้นกิจกรรมที่สร้างสรรค์หลากหลายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับปีทำงานที่ต้องออกแบบมาให้ตรงเป้าและสอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้าร่วมมากที่สุด โดยกิจกรรมหลักๆ ในปีนี้ประกอบไปด้วย

  • การเสวนาวิชาการจากรุ่นพี่ศิษย์เก่าของคณะ

    ช่วงเสวนาวิชาการที่เปิดโอกาสให้พี่ๆ ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานและให้น้องๆ ได้ถามคำถามเกี่ยวกับคณะและวิชาชีพ

  • การจัดฐานกิจกรรมเพื่อให้น้องได้รู้จักกับคณะและชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัยมากขึ้น โดยมีพี่ๆ ในแต่ละชั้นปีตั้งแต่ปีเรียนจนปีที่จบไปแล้วรับหน้าที่เป็นพี่ประจำฐาน

    กิจกรรมฐานให้ความรู้ที่จัดโดยรุ่นพี่ในแต่ละชั้นปี

  • การมอบภารกิจให้น้องๆ ได้ทำร่วมกันเช่น กิจกรรมสันโต้ กิจกรรมการแสดงละคร

    การแสดงละครของน้องๆ ชั้นปีที่ 1

  • กิจกรรมจิตอาสาที่ให้โอกาสน้องๆ ชั้นปีที่ 1 ได้ช่วยกันคิดออกแบบกิจกรรมและแบ่งหน้าที่การทำงานโดยในปีนี้ได้แบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่คือไปปลูกป่าชายเลน
  •  และกิจกรรมจิตอาสาที่โรงเรียนบ้านลาดใหญ่ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งมีทั้งกิจกรรมฐานให้ความรู้ภาษาอังกฤษ สุขอนามัย นันทนาการ นอกจากนั้นยังมีการทำความสะอาด และจัดบอร์ดให้ความรู้ให้กับโรงเรียนอีกด้วย

    กิจกรรมการทำความสะอาดบริเวณโรงเรียน ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมจิตอาสาที่จัดขึ้น

ด้านนางสาวสุรีรัตน์ นันท์ธนะวานิช ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลาดใหญ่กล่าวว่า ดีใจที่ได้มีโอกาสได้เห็นกิจกรรมรับน้องในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะกิจกรรมจิตอาสาที่มีความสร้างสรรค์และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคมไปด้วยในขณะเดียวกัน

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านลาดใหญ่กล่าวชื่นชมกิจกรรมที่จัดขึ้นในวันนี้

กิจกรรมลักษณะนี้เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องโดยไม่ต้องผ่านกิจกรรมโหดๆ อย่างที่เป็นข่าว และให้น้องๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้ผ่านการลงมือทำงานและทำกิจกรรมจริงๆ ไม่ต้องไปนั่งจำลองกันในห้องแคบๆ เพราะวินาทีที่เขาได้ทำกิจกรรม หรือได้ติดต่อประสานงานในเนื้องานมันสอนพวกเขาอยู่แล้ว
ผอ.กล่าวปิดท้าย

น้องๆ ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมที่พี่จัดให้

เมื่อไปถามรุ่นน้องอย่างนางสาวบุณฑริก จำปาพันธ์นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมมาตลอดตั้งแต่การเข้าคณะจนมาถึงค่ายสัมมนาได้กล่าวว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นทำให้ตนได้รู้จักเพื่อนมากขึ้น เพราะถ้าไม่ได้เข้าร่วมกิจกรรม ตนเองก็อาจจะรู้จักแค่เพื่อนในกลุ่มที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน นอกจากนั้นตนเองยังได้รับความรู้เกี่ยวกับการเรียนในคณะ และมหาวิทยาลัย และกิจกรรมที่พี่ๆ จัดขึ้นนั้นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความพิการของตนเอง

นางสาวบุณฑริก ขณะเข้าร่วมกิจกรรมในค่ายรับน้อง

กิจกรรมไม่เป็นอุปสรรคเลยค่ะ พี่ๆ จะถามตลอดว่ากิจกรรมไหนที่หนูทำได้หรือไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับหนูเลยค่ะว่าจะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วม หนูเองก็ไม่รู้สึกกลัวเพราะรู้มาก่อนว่ากิจกรรมที่เราจะไปทำมันไม่มีอะไรที่น่ากลัวแบบในข่าวเพราะเรารู้มาตลอดว่ากิจกรรมจะเป็นแนวไหน

ไม่ต้องว้าก ไม่ต้อง SOTUS ก็รักกันได้

ทางด้านนางสาวศรินรัตน์ ล้อทองพานิชย์ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ได้สะท้อนการจัดกิจกรรมรับน้องในลักษณะดังกล่าวว่า กิจกรรมที่ผ่านมาทำให้ตัวเองรู้สึกสนุกมาก ทำให้รู้จักและเรียนรู้ประสบการณ์จากรุ่นพี่ โดยสำหรับเธอแล้วการจัดกิจกรรมที่ไม่บังคับได้สะท้อนการเคารพกันอย่างที่คณะพยายามพร่ำสอน กิจกรรมทำให้เธอได้รู้จักเพื่อน รู้จักนิสัยใจคอซึ่งกันและกัน และได้ connection เพิ่มมากขึ้นด้วย

ประสบการณ์ที่ผ่านมามันไม่มีการกดดันเลยแม้แต่นิดเดียว เราอยากมาก็มา กิจกรรมในลักษณะนี้หนูคิดว่ามันพาเราไปสู่จุดประสงค์ที่ทำให้เรารักกัน สามารถทำงานด้วยกันได้มากกว่าการว้าก หรือการทำให้เกิดความเกลียดชังเสียอีก

ถ้าวิธีสร้างความรักอย่างสร้างสรรค์มันมีอยู่ แล้วจะใช้วิธีเดิมที่สร้างความเจ็บปวดไปทำไม

เธอเล่าให้ Way’s UP ฟังว่าในกิจกรรมเปิดใจก่อนที่จะไปสู่พิธีบายศรีสู่ขวัญมีเพื่อนคนหนึ่งที่ซิ่วมาจากมหาวิทยาลัยที่มีระบบ SOTUS อย่างรุนแรง มีการว้าก มีกิจกรรมที่ให้น้องผู้ชายนำอวัยวะเพศไปกระแทกกับต้นไม้ และให้น้องผู้หญิงไปตะโกนว่าอยากมีผัวกลางสนาม ซึ่งเมื่อเขาซิ่วมาที่นี่ทำให้เขารู้ว่ามันไม่จำเป็นต้องมีระบบแบบนั้นเลย การกระทำแบบนั้นมันไร้สาระมาก แต่เหตุผลที่ทำให้เรารักกันหรือรู้สึกผูกพันมันคือการที่เราเห็นว่ารุ่นพี่ตั้งใจจัดกิจกรรมเพื่อเรา และให้โอกาสเราเลือก มันแสดงว่าเราเคารพกันและกัน และเราก็รับรู้ตรงนั้นมันทำให้เราเกิดความรู้สึกที่ดีต่อกัน

พิธีบายศรีสู่ขวัญที่เปิดโอกาสให้พี่ๆ ได้ผูกข้อมือเพื่อต้อนรับและอวยพรน้องๆ

หนูมองว่าถ้าเรามาทำกิจกรรมสนุกสนานด้วยกันนอกจากเราจะได้รักเพื่อนด้วยกันเอง สนิทกับรุ่นพี่ ได้เรียนรู้ด้วยกันยันพี่ปีสูงที่จบไปเกือบ 20 ปีแล้วก็ยังมาให้เราได้รู้จัก คือเราไม่จำเป็นต้องสนิทหรือรักกันโดยใช้ความเกลียดชังเป็นเครื่องมือ คือเราใช้ความรักไปเลยมันไม่ดีกว่าเหรอคะ มันยั่งยืนกว่ามั้ย

จากบทเรียนกิจกรรมรับน้องของคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่ากิจกรรมรับน้องที่สร้างสรรค์ ไม่ใช้ความรุนแรง และความกดดันนั้นสามารถก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันของรุ่นพี่รุ่นน้องได้ ซึ่งไม่ใช่รุ่นพี่รุ่นน้องในเชิงอำนาจ แต่เป็นในเชิงความผูกพันที่อยู่ในระนาบเดียวกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ ซึ่งจะเป็นการตัดวงจรของความรุนแรงและกระบวนการสร้าง “เหยื่อ” ที่มักผันตัวไปเป็น “ผู้กระทำ” ที่มาในนามการว้าก และระบบ SOTUS ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพถ่ายโดย: Pannin Charnmanoon และ คณะกรรมการนักศึกษาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ภาพประกอบโดย: Siripong Sawatsuntisuk

ติดตามเรื่องราวดีๆจาก Way’s UP กดไลค์เลยยย

(Visited 4,002 times, 1 visits today)
Previous post

NGO อังกฤษสุดเจ๋ง!! ผุดคลิปรณรงค์ "รัฐบาลหยุดขายอาวุธ" ด้วยความภาคภูมิใจที่สุดสะเทือนใจของคนอังกฤษ

Next post

ผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย กับ อ้อมกอดสุดท้ายจากพ่อในเรือนจำ

Phongsathon

Phongsathon

นักสังคมสงเคราะห์อิสระ อดีตพลทหาร ผู้รักการเดินทาง บ้านางงาม อินเก่งกับเรื่องราวสิทธิมนุษยชน และการศึกษา ผู้ฝันว่าสักวันหนึ่งประเทศไทยจะมีนักสังคมสงเคราะห์ในโรงเรียน และมีระบบการเกณฑ์ทหารแบบสมัครใจ

No Comment

Leave a reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *